5 พฤศจิกายน 2551

2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กัข แขกเยี่ยมไข้ (อัลบั้ม B)


2/1 ร่ำเปิงชีวิต หมอรักษา กับแขกเยี่ยมไข้

(อัลบั้ม B)


มุมภาพจากเตียงนอนหมายเลข 17 มีป้ายหมอประจำ คือ
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล ตอนตี 05.00 น.
ก่อนไฟใหญ่เพดานจะเปิดย่ำอรุณผลัดวรใหม่พนักงานพยาบาล
ของวันที่ 31ตุลาคม ก่อนอำลาจากหมอ




2-5 ต.ค-28-31 ตค.2551 ป่วยนอนโรงพยาบาลลำปาง 2 ครั้งๆละ 4 วันรวม 8 วัน สลับนอนป่วยที่บ้านโดยมีผู้มาเยี่ยมทั้งที่บ้านและโรงพยาบาลร่ำเปิงหาพอสมควร โดยเฉพาะตลอดระยะดังกล่าว หมอบุญจง ชูชัยแสงรัตน์ แห่งโรงพยาบาลเขลางค์ราม


และหมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล รักษาทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลศูนย์ลำปางประสานไม่ขาดสาย หลังจากหมอเบญจมาส เขียวชอุ่ม รักษาโรคความดันอันตรายฉับพลันได้ทันกาล นอนโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 2-5เสร็จแล้ว รอจังหวะรักษาต่อมลูกหมาก หมอสุพจน์ กิตติกรวรกุล เพิ่งกลับมาจากอเมริก การตรวจโรคของผู้เขียนนักไว้วันที่ 28 ต.ค.หมอวิจัยผลเอกซเลย์ขั้นต้น แนะว่าอาการทางเดินปัสสาวะของผู้เขียน มีช่องทางเดียว ที่จะหายขาด คือต้องผ่าต่อมลูกหมากโดยให้นอนโรงพยาบาลวันนั้นเสียเลยการรักษาโรคปัจจุบันและผลตรวจป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต ;
นพ.สุพจน์ กิตติกรวรกุล นับเป็นแพทย์เจริญอัธยาศรัยและเชี่ยวชาญการรักษาต่อมลูกหมาก ผ่าตัดนิ่วในไตที่สามารถ ท่านไม่มีเวลาพักเที่ยงตรวจคนไข้จนหมดคิวเป็นประจำ ผู้เขียนแต่ไหนแต่ไรกลัวเข็มหมอและพยาบาล ทุกครั้งจะถูกเข็มต้องหลับตาทุกครั้ง ยิ่งทราบว่าจะมีการคว้านต่อมลูกหมาก จะเป็นครั้งที่ต้องทนเจ็บที่สุดในชีวิต เหมือนผู้เคยป่วยผ่านการผ่าตัดในสมัยก่อนๆ แม่ทองสุขของลูกๆคอยอยู่หน้าห้องด้วยกระวนกระวายเพราะเฝ้าแต่ ตอนเข็นเตียงไปในห้องศัลยกรรมนานกว่าสองชั่วโมง แต่ที่ไหนได้ อยู่ให้ห้องผ่าตัด เพียงชั่วโมงเดียว แล้วออกมา ณ ห้องรอจังหวะ ตรวจสอบเฉยๆในห้องพิเศษอีก 1 ชั่วโมง สิ่งที่ผู้เขียนกลัวเจ็บที่สุดในชีวิต ก็คือคว้านต่อมลูกหมาก โดยไม่มีการวางยางสลบ แต่หมอสุพจน์ ทำได้ "ไม่เจ็บเลย" ออกจากห้องศัลยกรรมแล้วบอกกับผู้มาเยี่ยมว่า "ไม่เจ็บเลย " "ไม่เจ็บเล้ย"แบบตื่นเต้นมหัศจรรย์ แถมเมื่อตอนยาหายชา ก็ไม่เจ็บ มีสิ่งหนึ่งที่แทรกข้ามาคือ อาการเจ็บเส้นแต่ไหล่ซ้ายถึงปลายเท้า ทรมานทั้งคืน วิตกว่าอาจจะถึงขึ้นพิการขากะเผล็กไปข้างหนึ่งแน่ ก็ได้รับการตรวจส่องเอ๊กซเรย์ ที่ห้องกระดูกในเช้าวันที่ 30 ตค.ต้องขอชมเชยพนักงานเอ๊กซเรย์ที่ทำหน้าที่ทั้งหน้าที่เตียงรถเข็นถ่ายเอกซเลย์ตรวจสอบทั้งส่วนโครงกระโหลกศีรษะ ลำคอกระดูกสันหลังและเชิงกราน จำชื่อได้ว่า "สำราญ" ทำงานได้คล่องแคล่วแม่ยำ ศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง นอกจากอุปกรณ์ทันสมัยรวมอัธยาศรัยวางตารางเวลารักษาอย่างทันสมัย คือ โดยปกติก่อนหมอจะทำให้ผู้ป่วยปลงใจต้องอธิบายประกอบการสาธิตตัวอย่างที่ต้องใช้เวลา ก็จัดให้มีเจ้าหน้าพยาบาลฝ่ายสาธิตวิธีรักษาโดยอัลลบั้นแสกงความทันสมัยของเตียงผ่าตัด ผู้เข้าห้องผ่าตัดต้องให้คู่สมรสร่วมเซ็นชื่อยินยอมให้ผ่าตัด โรงพยาบาลแห่งนี้มีคนไข้จำนวนมาก หมอใช้เวลาตรวจรักษาได้ทันแบบสืบทอดหน้าที่เป็นทีม ที่ว่าศิลปะผ่าตัดยุคใหม่ของหมอจากประสบการณ์ขึ้นเตียงผ่าตัดของผู้เขียนคือ จะมีการอธิบายว่าการผ่าตัดส่วนบของร่างกายจะต้องใช้ยาสลบ แต่การผ่าตัดต่อมลูกหมากใช้ทั้งระบบอีเล็กโทรนิก ไฟฟ้าและยาฉีดชาเฉพาะส่วนล่าง ขณะปฏิบัติการณ์ พยาบาลลูกทีมจะคุยกันจ้ออย่างซักซ้อมกันมา เรารู้แน่ว่าส่วนล่างชาอยู่แล้วแต่ตอนคว้านนี่สิ "เสียวนัก " ศิลปะรักษาทางประสาทหูคือเสียงจ้อของเหล่าพยาบาลและพนักงานลูกคู่ เป็นไปตามจังหวะหมอจะจิ้มที่มควักและคว้านเอาเนื้อร้ายออกมาเป็นชิ้นๆ(คิดเองตอนนั้น)ขณะเดียวกันที่รัดแขนไฟฟ้าและเหมือนมีมะเหง็กสี่นิ้วกดเหนี่ยวใต้ท้องก็ประสานจังหวะ หลายครั้งใจก็ประหวั่นเสียวใจว่าหมอลงมือไหร่คงต้องทนเอาหน่อย ที่ไหนได้ ตอนที่ เสียงพยาบาลบอกว่าเสร็จแล้วค่ะ พร้อมกับคุณหมอสุพจน์ ชูให้ดูเนื้อร้ายที่ผ่าออกมาสดๆพร้อมที่เป็นก้อนขาวๆเหมือนไข่นกกะทาขนาดเล็ก "ออกมาได้อย่างไร?"หมอแคล้วคล่องว่องไวแถมประสานสัมพันธ์กับทีมงานผ่าตัดวันที่ 29 ตค.ต้องยกนิ้วให้ ไชโย "ไม่เจ็บเล้ย"

รณสตินี้ แวบคิดถึงน้องชาย สุรินทร์ รัตนชัย น้องคนเดียวร่วมท้องมารดา น้องเสียชีวิตก่อนด้วยโรคต่อมลูกหมาก เขาครวญคลางเจ็บปวดตอนผ่าตัดต่อมลูกหมาก แต่สิ่งเลวร้ายแทรกอาการผ่าตัดต่อมลูกหมากคือมะเร็ง ผู้เขียนสงสารเห็นใจอำไพ น้องสะไภ้ กับลูกและหลานอันจะต้องเลี้ยง น้องอำไพ เยี่ยมไข้ตอนออกโรงพยาบาลหลังผ่าตัดที่บ้านเสียงโยนก



ข่าวสังคมจากคนป่วย

ผู้มาเยี่ยมที่มาเป็นกลุ่มแบบปฏิบัติการพิเศษแปลกกว่าแขกอื่นได้แก่กลุ่ม คุณประพัฒน์ศรพาลูกดิลล์มา นพดล รุ่งเรือง ทีมข่าวเคเบิลทีวี จุก ไก่ เมืองทองฯ ผวจ.ดิเรก ก้อนกลีบ นับเป็นผู้ใหญ่ในหน่วยราชการ เยี่ยมไข้เมื่อวันที่ 5 ต.ค.หลังจากได้ทราบข่าวในพิธีวางพวงมาลาพ่อเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต จากข่าวหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด วัดบุญวาทย์ อ่านบทฮ่ำพ่อเจ้าโดยแจ้งว่าที่จะนำเด็กมาฮ่ำคือ โยมอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย เกิดป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านก็มาตามข่าว แต่ที่มาไกลจากต่างอำเภอได้แก่ ผอ.ร.ร.แม่ทะวิทยาพร้อมคณะครู อจ.ร.ร.ห้างฉัตร ร.ร.อนุบาลห้างฉัตร ร.ร.บ้านป่าไคร้ จาก มช.มีศาสตราจารย์สุรพล ดำริห์กุล จากกรุงเทพฯมีลูกต๋อม จำไม่ได้แม้แปลกใจที่เห็นในภาพเท่าที่ลูกตุ่ยรวบรวมผู้มาเยี่ยมทั้งที่โรงพยาบาล ระหว่าง 2-5 ต.ค.และ28-31 ต.ค.รวม 8 รวมทั้งการปฏิบัติงานเขียนและเผยแพร่ข่าวสถานีวิทยุ สวท.และคอลัมน์ข่าวประจำสัปดาห์ไทยนิวส์อย่างไม่ตกหล่นตลอดเดือนตุลา กับเหลือนั้นคือที่บ้านพักเสียงโยนก เท่าที่ลูกตุ่ยทันเก็บภาพได้บางส่วนท้ายนี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น